หอคอยแห่งลอนดอน (อังกฤษ: Tower of London) เป็นพระราชวังหลวงและป้อมปราการตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเทมส์ในกรุงลอนดอนในอังกฤษ เป็นพระราชวังที่เดิมสร้างโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1078เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ พระราชวังเป็นรู้จักกันในนามว่า “หอคอยแห่งลอนดอน” หรือ “หอ” ในประวัติศาสตร์ ตัวปราสาทตั้งอยู่ภายในโบโรแห่งทาวเวอร์แฮมเล็ทส์และแยกจากด้านตะวันออกของนครหลวงลอนดอน (City of London) ด้วยลานโล่งที่เรียกว่าเนินหอคอยแห่งลอนดอน หรือ “ทาวเวอร์ฮิล” (Tower Hill)
หอคอยแห่งลอนดอนมักจะรู้จักกันในการเกี่ยวข้องกับหอขาว (White Tower) ซึ่งแต่เดิมเป็นหอสีขาวที่สร้างโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษในปี ค.ศ. 1078 แต่กลุ่มสิ่งก่อสร้างทั้งหมดของหอคอยแห่งลอนดอนตั้งอยู่รอบวงแหวนสองวงภายในกำแพงและคูป้องกันปราสาท
ตัวหอคอยใช้เป็นป้อม พระราชวังของพระมหากษัตริย์ และที่จำขังโดยเฉพาะสำหรับนักโทษที่มียศศักดิ์สูงเช่นพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1ก็เคยทรงถูกจำขังในหอคอยโดยพระราชินีนาถแมรี และยังเป็นที่สำหรับประหารชีวิตและทรมาน คลังเก็บอาวุธ ท้องพระคลัง สวนสัตว์ โรงกษาปณ์หลวง หอเก็บเอกสาร หอดูดาว และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1303 เป็นที่เก็บรักษามงกุฏและเครื่องราชาภิเษกของสหราชอาณาจักร
หอคอยแห่งลอนดอนก่อตั้งโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษในปี ค.ศ. 1078 เมื่อมีพระราชโองการให้สร้างหอขาวภายในกำแพงเมืองด้านตะวันออกเฉียงใต้บนฝั่งแม่น้ำเทมส์[1] การสร้างหอเป็นทั้งการป้องกันการโจมตีของชาวเมืองที่ต้อต้านชาวนอร์มันและการป้องกันลอนดอนจากการรุกรานของข้าศึกจากภายนอก พระเจ้าวิลเลียมทรงสั่งให้ใช้หินจากแคนในฝรั่งเศสสร้างและทรงแต่งตั้งกันดัลฟบาทหลวงแห่งรอเชสเตอร์เป็นสถาปนิก
ในคริสต์ศตวรรษที่ 12 พระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์ ทรงสร้างกำแพงรอบหอขาวและเริ่มการขุดคูรอบปราสาทโดยใช้น้ำจากแม่น้ำเทมส์แต่ไม่สำเร็จจนกระทั่งในรัชสมัยของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 โดยทรงจ้างสถาปนิกชาวดัตช์ผู้เชื่ยวชาญในการขุดคู นอกจากนั้นก็ยังทรงเสริมสร้างกำแพงให้แข็งแรงขึ้นและทรงทำให้หอคอยเป็นที่ประทับสำคัญโดยทรงสร้างพระราชวังแบบที่อยู่อาศัย (palatial buildings) ภายในกำแพงหอคอย การเสริมสร้างเสร็จสิ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1275 ถึงปี ค.ศ. 1285 โดยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ผู้ทรงสร้างกำแพงรอบนอกและสร้างกำแพงรอบในเสร็จ ทำให้เป็นกำแพงสองชั้น และทรงถมคูเดิมและขุดคูใหม่รอบกำแพงรอบนอก หอคอยแห่งลอนดอนใช้เป็นพระราชฐานมาจนถึงพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 เมื่อโอลิเวอร์ ครอมเวลล์สั่งให้รื้อส่วนที่เป็นพระราชวังทิ้ง
หอคอยแห่งลอนดอนเคยเป็นทั้งวัง ป้อมปราการ คุกและลานประหาร
ในอังกฤษนี่ มีสถานที่หลายแห่งที่ว่ากันว่ามีคนเคยเห็นวิญญาณของคนที่ตายไปแล้วมาหลอกหลอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามโบราณสถานสำคัญๆ เช่นป้อม วัง หรือหอคอยโบราณ Tower of London หรือ หอคอยแห่งลอนดอน เป็นอีกที่หนึ่งที่ร่ำลือกันว่า "ผีดุ"
หอคอยแห่งลอนดอนสร้างมาเกือบพันปีแล้ว เป็นโบราณสถานที่มีประวัติเกี่ยวข้องโดยตรงกับการขึ้นครองราชย์ การแย่งชิงราชบัลลังก์และการสร้างชาติของอังกฤษ ที่นี่เคยใช้เป็นทั้งพระราชวัง ป้อมปราการ ที่คุมขังนักโทษและเป็นลานประหาร
ผีที่ร่ำลือกันและมีคนกล่าวอ้างว่ามาปรากฎร่างให้เห็น ว่ากันว่าเป็นวิญญาณของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ที่ต้องมาจบชีวิตในป้อมแห่งนี้ ส่วนใหญ่จากไปแบบ "ตายโหง"
ความที่ใช้เป็นที่คุมขังนักโทษและลานประหารนี่เอง ทำให้หอคอยแห่งลอนดอนมีประวัติที่ชวนให้ขนลุกและน่าสยดสยองพ่วงเข้าไปด้วย
ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน หรือหอคอยแห่งลอนดอน เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นหลังจากวิลเลียม ดยุคแห่งนอร์มังดี ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษ ในวันคริสต์มาสปี ค.ศ 1066 ที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ ภายหลังชนะสงครามกษัตริย์ฮาโรลด์ ของเซ็กซอน 10 ปีหลังจากการครองราชย์ กษัตริย์วิลเลี่ยมทรงรับสั่งให้ดัดแปลงป้อมปราการเล็กๆ เป็นป้อมปราสาทขนาดใหญ่ก่อด้วยหินขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันกรุงลอนดอน เมืองหลวงของอาณาจักรแห่งใหม่ เรียกชื่อสถานที่นี้ว่า Tower of London โดยหนึ่งในปราสาทเหล่านี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกำแพงเมืองโรมัน เพื่อสังเกตการณ์ได้ทั่วแม่น้ำเทมส์และเมืองในมุมกว้าง นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัย จึงขุดคูคลองล้อมรอบปราสาท เป็นการปิดมุมระหว่างกำแพงชั้นในและชั้นนอก จากนั้นในบริเวณนี้ มีสิ่งปลูกสร้างขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ หอคอยที่อยู่ใจกลางสถาปัตยกรรมทั้งหมดจึงมีชื่อเรียกว่า White Tower หอคอยสีขาว


ฝรั่งชาวสวิสเดินเข้ามาขอถ่ายรูปด้วย...ขืนปฏิเสธไปก็คงจะเสียมารยาทแย่เลย


ภาพนี้ครูถ่ายจากบนหอคอยซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมเจ้าชายทั้งสองมีชื่อว่า Bloody Tower (หอคอยเลือด) เป็นจุดควบคุมประตูน้ำเข้า-ออก เดิมมีชื่อว่า Garden Tower เพราะอยู่ใกล้สวน
Bloody Tower เคยใช้เป็นที่ประทับและคุมขังเจ้าชายสองพระองค์ คือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ห้า วัย 12 พรรษา กับ เจ้าชายริชาร์ด ดยุกออฟยอร์ก พระอนุชาวัย 9 พรรษา
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1483 เมื่อกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 4 สวรรคตพระโอรส-เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด วัย 12 ชันษาจะได้ขึ้นครองราชย์แทน แต่ปรากฏว่า พระเจ้าอา-ริชาร์ด ดยุค แห่งกลาวสเตอร์ ชิงบัลลังก์และสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์ริชาร์ดที่ 3 โดยนำเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดและพระอนุชาไปขังไว้ที่หอคอยดังกล่าวกระทั่งไม่มีใครพบเห็น
ห้องที่ว่ากันว่าเจ้าชายทั้งสองพระองค์ทรงใช้บรรทมก่อนถูก "อุ้ม" หายไปอยู่บนชั้นสองของ Bloody Tower บันไดหินที่พาวนขึ้นไปค่อนข้างแคบ (ครูทิพย์เดินขึ้นมาแล้ว) ตัวห้องซึ่งอยู่พ้นบันไดไปมีขนาด 4 คูณ 5 เมตร มีผนังสีขาว
ห้องชั้นสองใน Bloody Tower ที่ว่ากันว่าเป็นห้องเกิดเหตุ มีวิดิทัศน์สั้นๆ จากภาพยนตร์ของเซอร์ลอว์เรนส์ โอลิเวียร์ ที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2498 เกี่ยวกับการหายไปของเจ้าชายทั้งสอง ในหนังดังกล่าว พระปิตุลาของเจ้าชายทรงสั่งให้มหาดเล็กคนสนิทเอาหมอนปิดปากปิดจมูกเจ้าชายทั้งสองขณะกำลังบรรทม
เมื่อปี พ.ศ. 2217 ช่างซึ่งกำลังทุบบันไดหินทางใต้ของ White Tower หรือ หอคอยขาวในหอคอยแห่งลอนดอน พบหัวกระโหลกเด็กสองหัวตอนนั้นคนเชื่อว่าเป็นกระโหลกของเจ้าชายทั้งสองและพระเจ้าชาร์ลส์ที่สองที่ครองราชย์อยู่ ทรงสั่งให้นำกระดูกไปฝังที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์
แต่จนถึงทุกวันนี้ก็พิสูจน์ได้เพียงแต่ว่ากระโหลกนั้นเป็นของเด็กอายุราว 10 ขวบ

ห้องพระบรรทมของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 4

พระแท่นบรรทม




นี่คือหอคอยที่อยู่ใจกลางสถาปัตยกรรมทั้งหมดซึ่งมีชื่อเรียกว่า White Tower หอคอยสีขาว
คำสาปอีกา
ป้อมปราสาทนี้เป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะถูกใช้เป็นที่คุมขังและประหารบุคคลสําคัญๆ ของอังกฤษมากมายหลายท่าน ณ ลานปราสาทแห่งนี้จะมีการเลี้ยงดูอีกา จํานวน 6 ตัว เนื่องจากมีคําสาปมานานกว่า 900 ปี ว่า ถ้าหากอีกาลดจํานวนลงเมื่อใด เมื่อนั้นความหายนะจะมาเยือนนครลอนดอน และสิ้นสุดพระราชวงศ์แห่งอังกฤษ!
เรื่องนี้มีตํานานปรากฏเป็นเอกสาร ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ราวศตวรรษที่ 17 ด้วยนะคะ ไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยแต่อย่างใด และทําให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นยาม หรือกษัตริย์ถือเป็นเรื่องจริงจังอย่างเคร่งครัด เช่นว่า ถ้ามีอีกาตายหนึ่งตัว จะต้องรีบถวายรายงานต่อควีนทันที และต้องจัดหาอีกาตัวใหม่ มาทดแทนโดยด่วน ซึ่งอีกาทุกตัวจะมีชื่อเรียก และถ้าตายก็จะถูกนําไปฝังอย่างมีพิธีการ จะมีการเลี้ยงอีกาไว้สํารองตลอดเวลา ถ้าตัวใดล้มป่วย ก็ต้องรีบตรวจสอบหาไม่ถ้าหากตายโดยโรคติดต่อ (เช่น ไข้หวัดนก) และเช้าขึ้นมาอีกาตายเกลี้ยงละก้อ เชื่อกันว่าทั้งพระราชวงศ์ก็จะอันตรธานไปเช่นกัน
เปิดตำนานลี้ลับ...เรื่อง "อีกา" กับประเทศอังกฤษ







บริเวณที่ว่ากันว่ามีวิญญาณมาหลอกหลอนให้เห็นบ่อยที่สุดคือ Salt Tower ซึ่งในสมัยราชวงศ์ทิวดอร์ใช้เป็นที่คุมขังนักบวชคณะเยซูอิต
บริเวนชั้นบนของหอคอยจะเห็นร่องรอยที่นักโทษขีดเขียนตามผนังกำแพงด้วย
ในบรรดาหอคอยทั้งหมดของหอคอยแห่งลอนดอน ว่ากันว่า Salt Tower เป็นหอคอยที่เฮี้ยนที่สุดค่ะ
ในเอกสารที่ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ส่งให้ทางบีบีซี ยังขยายความน่าขนลุกของ Salt Tower เพิ่มเข้าไปอีกโดยบอกว่า พอตกดึกแล้ว ไม่เพียงแต่คนเท่านั้นที่ไม่กล้าเข้าไปในหอคอยแห่งนี้ แม้แต่สุนัขก็ยังขยาด


เราเข้าชมห้องแสดงมงกุฏแห่งประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อังกฤษ

แต่อัญมณีที่ล้ำค่าได้ถูกถอดไปเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ




คอลเลกชันของประติมากรรมสัตว์ที่สร้างขึ้นโดยศิลปิน Haste Kendra โดยการใช้เส้นลวดซึ่งทำได้เหมือนจริงมาก








ชุดเสื้อเกราะของกษัตริย์เฮนรี่ที่ 8



หนูน้อยขอนั่งพักเหนื่อยค่ะ



เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆ กันมาว่า
"มีคนเจอพระนางแอน โบลิน หลายที่ ทั้งที่ Tower Green ในควีนส์เฮาส์ ซึ่งว่ากันว่าเป็นสถานที่พระนางประทับก่อนถูกประหาร พระนางต้องโทษประหารฐานนอกพระทัยพระเจ้าเฮนรี่ แต่พระนางทรงร้องขอพระสวามี ไม่ให้ใช้ขวานตามธรรมเนียมอังกฤษเพราะทรงหวาดกลัวมาก ทรงขอให้ใช้ดาบตามธรรมเนียมฝรั่งเศส พระเจ้าเฮนรี่ทรงทำตามพระประสงค์สุดท้ายของพระราชินี ทรงจ่ายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์นำเพชฌฆาตมาจากเมืองคาเล่ส์ในฝรั่งเศส ว่ากันว่าเพชฌฆาตคนนี้ฝีมือแม่นมาก ฟันฉับเดียว พระเศียรหลุดทันที แต่พอเพชฌฆาตยกพระเศียรขึ้นชู พระเนตรของพระนางยังลืมอยู่และพระโอษฐ์ก็ขมุบขมิบ ผู้คนที่ไปดูการประหารเชื่อว่าพระนางทรงสาบแช่ง"
ในอังกฤษ ดูเหมือนจะมีพระนางแอน โบลินเพียงพระองค์เดียวที่ถูกประหารชีวิตด้วยใช้ดาบบั่นพระเศียร นอกนั้นใช้ขวานตามธรรมเนียม
การประหารที่น่าสยดสยองมากครั้งหนึ่งคือการบั่นคอ มาการ์เร็ต โพล เคาน์เตสแห่งซอลส์เบอรี่ [Margaret Pole, 8th Countess of Salisbury] ฐานเป็นกบฎต่อแผ่นดิน
นางไม่ยอมคุกเข่าเอาหัววางลงที่แท่นประหารเพื่อให้เพชฌฆาตบั่นคอและพยายามจะหนี ด้านเพชฌฆาตก็เป็นมือใหม่ ต้องพยายามใช้ขวานตัดคอนางให้ขาด
ว่ากันว่าวันดีคืนดีโดยเฉพาะในวาระครบรอบวันที่นางถูกบั่นคอ ก็มักมีคนได้ยินเสียงผู้หญิงแผดร้องและเสียงวิ่งหนีดังอยู่ในบริเวณหอคอย




